Recent Posts

Pages: 1 [2] 3 4 ... 10
11

เปิด 9 สถิติที่น่าสนใจของ ลิเวอร์พูล ก่อนเปิดบ้านรับ เซาธ์แฮมป์ตัน คืนนี้
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล จะนำทัพ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมป์ตัน ในศึก พรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายนนี้ (22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย)

เกมนี้มีสถิติน่าสนใจ 9 เรื่องดังนี้

1. ลิเวอร์พูล ยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูมาแล้ว 16 เกมติดในทุกรายการ นับเป็นทีมแรกที่ทำได้ตั้ง วูล์ฟแฮมป์ตัน เคยทำไว้เมื่อปี 1939 

2. หากลูกทีมของ คล็อปป์ ยิงได้ 2 ประตูขึ้นไปในเกมพบ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็จะเป็นทีมแรกในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีทำได้ 17 เกมติดตั้งแต่ ซันเดอร์แลนด์ ทำได้เมื่อปี 1927

3. ลิเวอร์พูล ขาดอีกเพียง 2 ประตูเท่านั้นก็จะยิงได้ถึง 700 ลูกนับตั้งแต่ คล็อปป์ เข้ามากุมบังเ.ยน


4. เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังดัตช์ ไม่เคยแพ้ในการลงเล่น พรีเมียร์ลีก 53 นัดที่ แอนฟิลด์ ตั้งแต่เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล 

5. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิง เซาธ์แฮมป์ตัน ไปแล้ว 7 ประตูจากที่เจอกัน 8 นัด โดย ลิเวอร์พูล มีแค่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (8 ลูก) ที่ยิง "นักบุญ" ได้มากกว่าตั้งแต่ยุค พรีเมียร์ลีก 

6. ซาลาห์ ยิงในลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว 11 ประตู ส่งผลให้เป็นหนที่ 4 ที่ยิงได้เกิน 10 ลูกก่อนคริสต์มาส 

7. ซาลาห์ และ ฟาน ไดค์ เป็นนักเตะ "หงส์แดง" ที่ได้อยู่ในสนามทุกนาทีในเกมลีกซีซั่นนี้

8. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล คนเดียวที่ยิงแฮตทริกใส่ เซาธ์แฮมป์ตัน โดยทำได้ 2 ครั้งเมื่อเดือนตุลาคม 1993 และมกราคม 1999 

9. ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่บ้านมาแล้ว 7 นัดติด โดยชนะ 5 และเสมอ 2 เกม
12
เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ยก ดิโอโก้ โชต้า เป็นการเสริมทัพที่ตรงสเปกสุดๆ หลังจากที่นักเตะทำสองตุง ช่วยทีมเปิดบ้านกด เซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 พร้อมกำชับลูกทีมต้องทำให้ดีกว่านี้อีก แม้คว้าชัยขาดลอย 
          เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เผยว่า ดิโอโก้ โชต้า กองหน้าคนเก่งชาวโปรตุกีส เป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมมากๆ และตรงตามความต้องการของทีม หลังจากที่ ดาวเตะวัย 24 ปี โชว์ฟอร์มเด็ด ทำคนเดียวสองประตู ช่วยทัพ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ ถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

           โชต้า ยิงให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 2 ก่อนบวกสกอร์เป็น 2-0 ในนาทีที่ 32 และหลังจากนั้น ติอาโก้ อัลกันตาร่า กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ช่วยทำอีกคนละหนึ่งตุง ในนาทีที่ 37 และ 52 ตามลำดับ 
  
           ทั้งนี้ โชต้า ย้ายมาจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2020 ด้วยค่าตัวราว 41 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) และจนถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 46 นัด ทำได้ 21 ประตู โดยเฉพาะฤดูกาลนี้ กดไป 8 ประตู จาก 16 นัด 


           "ดิโอโก้ เป็นผู้เล่นที่เก่งมากๆ และเป็นเด็กที่ดีมากคนหนึ่ง" ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 54 ปี กล่าว "เขาคือการเซ็นสัญญาที่เพอร์เฟกต์สำหรับเรา เพราะเขามีครบทุกอย่างตามที่ ลิเวอร์พูล ต้องการ เขามีทักษะทั้งทางด้านเทคนิคและทางกายภาพ เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก และสามารถเรียนรู้ได้ครบทุกแท็กติกอย่างรวดเร็ว และเหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ เขาเล่นได้ทั้งสามตำแหน่งในแดนหน้า"  

           สำหรับรูปเกมนั้น คล็อปป์ มองว่า ลูกทีมทำได้ดีมาก แต่ยังสามารถทำได้ดีขึ้นอีก "เกมวันนี้เข้าทางเราเกือบทั้งหมด เราคอนโทรลเกมได้ แต่เราจำเป็นต้องทำให้ดีขึ้นอีก เพราะ อลีสซง มีเซฟสำคัญๆ หลายครั้ง แต่แน่นอนว่า หลายอย่างในเกมนี้เราทำได้ดี" 
13

เอ็ดดี้ ฮาว นายใหญ่ทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิดปากชี้ เดอะ แม็กพายส์ โชว์ฟอร์มกันได้ดี ขาดก็แต่ความคมในการจบสกอร์จึงบุกมาพ่าย อาร์เซน่อล ด้วยสกอร์ 2-0 ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 27 พ.ย.
     ผู้จัดการทีมคนใหม่ของทีมอีสานแห่งเมืองผู้ดีทำหน้าที่ริมสนามเป็นนัดแรกเนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็ยังไม่สามารถพาทีมบ๊วยคว้าชัยเป็นนัดแรกของซีซั่นได้ แม้จะระบุว่าลูกทีมเล่นกันได้ไม่เลว

    "ผมคิดว่ามันเป็นฟอร์มที่ดีโดยเฉพาะในช่วงออกสตาร์ต เราเล่นได้ดีในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก เราตกอยู่ภายใต้ความกดดัน เกมถูกตัดสินด้วยจังหวะของ คัลลั่ม วิลสัน และลูกโทษ มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายสำหรับเรา และจากนั้นพวกเขาก็ยิงประตูได้"
     
     "ผมไม่รู้ว่าทำไม คัลลั่ม ล้ม เขามีโอกาสสูงมาก เกมพลิกไปหลังจากนั้น ผมรู้สึกว่ามันส่งผลกระทบต่อเรา"

     "อาร่อน แรมสเดล เซฟจังหวะของ จอนโจ้ เชลวีย์ ได้เยี่ยม ผมคิดว่ามันน่าจะเข้าประตูไปแล้ว เรื่องที่น่าพอใจในวันนี้ก็คือเราเริ่มเกมได้ดี เราสร้างโอกาสได้ แรมสเดล เล่นได้ดี เราไม่มีความเฉียบคม แต่อย่างน้อยเราก็สร้างโอกาสได้"

     "นักเตะมีความกระตือรือร้น พวกเขาทุ่มเททุกอย่างในสองเกมที่ผ่านมา ผมไม่อาจขออะไรมากไปกว่านี้อีก"

    "เราต้องมองไปถึงเกมหน้ากับ นอริช โมเมนตัมของฟุต.เป็นเรื่องสำคัญ เราต้องการสิ่งนี้เพื่อคว้าชัยชนะอย่างเร็วที่สุด คุณไม่ปลื้มกับความพ่ายแพ้"
14
นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องแท็กติกและการวางโครงสร้างทีมแล้วนั้น ราล์ฟ รังนิค ยังโด่งดังเรื่องการมีอารมณ์ร่วมกับเกมลูกหนังสูง รวมถึงเรื่องการลงโทษที่เข้มงวดในระดับหนึ่งด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมของเขามีผลงานที่โดดเด่นระดับหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา

    แน่นอนว่าแฟน. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายคนหวังว่า รังนิค จะสามารถนำสิ่งนั้นมาใช้กับทีมได้ เมื่อถึงเวลาที่เขาเข้ามาคุมทีมเป็นการชั่วคราว รวมไปถึงตอนที่เขาขึ้นไปเป็นที่ปรึกษาที่จะช่วยกำหนดโครงสร้างของสโมสรในภายภาคหน้า ซึ่งวันนี้เรามีตัวอย่างของเรื่องอารมณ์ร่วมและการลงโทษของเขามาให้ได้ชมกันสักหน่อย

    - ปิดไฟปลุกใจ
    บางครั้งการจะแก้สถานการณ์ให้ทีมได้นั้นมันก็จำเป็นต้องใช้การพูดปลุกใจในช่วงพักครึ่งที่ดี ตามทฤษฎีแล้วนั้นมันฟังดูเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ แต่หากพูดถึงในทางปฏิบัติแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถปลุกใจลูกทีมให้เกิดความฮึกเหิมสำหรับการสู้ถวายชีวิตในช่วงครึ่งหลังได้


 

เรื่องน่ารู้ด้านอารมณ์ร่วมและการลงโทษแข้งของ รังนิค


    อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่ง รังนิค เคยปลุกใจนักเตะ ไลป์ซิก ในห้องแต่งตัว โดยเริ่มจากการพูดว่า "เราจะสามารถพล่ามอะไรก็ได้ตามที่เราต้องการ, คนอื่นก็สามารถพูดอะไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ พวกแกแค่ต้องทำมันเท่านั้น" จากนั้นเขาก็เดินไปปิดไฟหน้าตาเฉย


    "ยืนขึ้น ยืนขึ้นมา" คือประโยคต่อมาของเขาที่มาพร้อมๆ กับไฟในห้อง ก่อนที่เขาจะพูดว่า "ฉันอยากเห็นว่าอะไรคือสาเหตุในการสู้ของเรา ฉันต้องการให้คนที่ลงไปในสนามคือกองทัพที่เต็มไปด้วยนักรบ ใช่ ตอบโต้ไปด้วยทุกอย่างที่พวกแกมี เพราะสถานที่ที่เราอยากไปให้ถึงน่ะมันไม่ใช่สิ่งที่จะไปถึงได้แบบฟรีๆ ดังนั้นลงไปและเอาสิ่งที่พวกแกต้องการมาเป็นของพวกแกซะ"

    - กงล้อนำโทษ
    มันเป็นเรื่องธรรมดาที่แต่ละสโมสรจะมีการออกบทลงโทษเวลาที่นักเตะทำเรื่องผิดแบบร้ายแรง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเวลาออกบทลงโทษก็จะเป็นการออกคำสั่งตามแบบปกติ แต่มีบางสโมสรที่จะใช้วิธีแบบแหวกแนวออกไป อย่างเช่นการทำกงล้อสุ่มบทลงโทษ

 

เรื่องน่ารู้ด้านอารมณ์ร่วมและการลงโทษแข้งของ รังนิค
 

    ไลป์ซิก ในสมัยของ รังนิค ก็เคยทำแบบนั้นเหมือนกัน โดยบทลงโทษจากกงล้อเสี่ยงดวงของเขานั้นมีอย่างเช่น ไปทำงานในร้านขายของประจำสโมสร, ไปเสิร์ฟอาหารในโรงอาหาร, พาคนทัวร์สนามแข่ง, ซื้อของขวัญให้สตาฟฟ์, ซ้อมในสภาพที่ใส่ชุดตูตู หรือชุดที่มักจะใช้กันในการเต้นบัลเล่ต์ และการตัดหญ้าในสนามซ้อม

    - ฟ้องด้วยมือถือ
    ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2017-18 ตอนนั้น รังนิค เป็นผู้อำนวยการกีฬาให้กับ แอร์เบ ไลป์ซิก โดยกุนซือของทีมในตอนนั้นคือ ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิ่ล ซึ่งในรอบ 2 ของศึก เดเอฟเบ-โพคาล ไลป์ซิก ถูกจับไปชนกับ บาเยิร์น มิวนิค ทีมยักษ์ใหญ่ร่วมเวที บุนเดสลีกา และหลายคนก็ยกให้นี่เป็นบิ๊กแมตช์ เพราะเมื่อ 1 ซีซั่นก่อนหน้านั้น "เสือใต้" คือแชมป์ บุนเดสลีกา ส่วน ไลป์ซิก เป็นรองแชมป์ลีก

 

เรื่องน่ารู้ด้านอารมณ์ร่วมและการลงโทษแข้งของ รังนิค
 

    ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของนัดดังกล่าวมีอยู่จังหวะหนึ่งที่กรรมการเหมือนจะให้ ไลป์ซิก ได้ลูกจุดโทษ ก่อนจะเปลี่ยเป็นแค่ลูกฟรีคิก ซึ่งชอตนี้ทำเอา รังนิค หัวเสียมากๆ จนถึงขนาดที่ว่าพอกรรมการเป่านกหวีดจบครึ่งแรกแล้วนั้น เขาก็ตรงลงไปในสนามหญ้าพร้อมกับโทรศัพท์มือถือคู่ใจ และพยายามจะเอาไปให้กรรมการดูว่าเขาตัดสินพลาด


    แน่นอนว่าชอตนี้ทำให้นักเตะ บาเยิร์น บางส่วนไม่พอใจมากๆ อย่างเช่น มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ที่มีปากเสียงกับ รังนิค ในระดับหนึ่ง ขณะที่ นาบี เกอิต้า ซึ่งตอนนั้นอยู่กับ ไลป์ซิก ก็พยายามจะเข้าไปสงบสติอารมณ์ รังนิค โดยสุดท้ายเกมนั้น ไลป์ซิก ก็ตกรอบจากการแพ้ในช่วงดวลเป้า 4-5 หลังจากจบ 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ส่วนชอตที่เขาพยายามฟ้องนั้น หลายคนมองว่ากรรมการตัดสินถูกแล้ว
15
เบเลเนนส์ ทีมบนลีกสูงสุก โปรตุเกส มีอันต้องโดน เบนฟิก้า ยักษ์ใหญ่ของประเทศปูพรมไล่ยิง 7 ประตูตั้งแต่ช่วงครึ่งเวลาแรก โดยพวกเขาต้องออกสตาร์ทลงเล่นด้วยการมีแข้งแค่ 9 รายเนื่องจากในทีมมีผู้เล่นติดเชื้อโควิดยาวเป็นหางว่าว

    ตามรายงานระบุว่าก่อนเกมการแข่งขันคู่นี้เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีพ่อค้าแข้ง เบเลเนนส์ ถูกเชื้อไวรัสร้ายเล่นงานมากถึง 13 ราย และเมื่อรวมสตาฟฟ์เข้าไปด้วยก็รวมเป็น 17 เคส

    อย่างไรก็ตาม ทีมจากแดนฝอยทองปฏิเสธที่จะยกเลิกโปรแกรมลงเตะเกมนี้เนื่องจากอาจจะถูกลงโทษจากลีก ซึ่งทำให้ ขุนพลชุดตัวจริง เบนเลนนส์ ต้องลงสนามด้วยการมีเล่นแค่ 9 คน โดยมีผู้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู 2 รายคือ ชูเอา มอนเตโร่ และ อัลวาโร่ รามาลโญ่ ซึ่งฝ่ายแรกต้องโยกขึ้นมาเล่นแบ็กขวาจำเป็นในการรับมือกับ เบนฟิก้า ทีมอันดับ 3 ของลีกที่ต้องการทำแต้มลดช่องว่างกับจ่าฝูงอย่าง ปอร์โต้


    ทั้งนี้ "เหยี่ยวลิสบอน" ได้ประตูออกนำตั้งแต่ไก่โห่นาทีที่ 1 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ เอดูอาร์โด้ คาอู จากนั้นก็เป็นฝั่งทีมเยือนที่ไล่ยำใหญ่อยู่ข้างเดียวจนเมื่อหมดเวลาครึ่งแรก เบนฟิก้า ทิ้งห่างสุดกู่ 7-0

    ถึงกระนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งเวลาหลัง ทีมเจ้าบ้านกลับมีผู้เล่นลงสนามแค่ 7 คน ก่อนที่เกมนี้จะถูกยุติลง โดยให้ เบนฟิก้า เป็นฝ่ายกลับออกไปด้วยชัยชนะ 7-0 พร้อมแซง ปอร์โต้ ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราว
 
     ากผลที่ออกมาดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกโซเชียล ตั้งคำถามถึงเหตุผลที่ทำให้เกมคู่นี้ยังเกิดขึ้น โดย แบร์นาโด้ ซิลวา ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โพสต์ใน ทวิตเตอร์ ส่วนตัวว่า "อะไรกันนี่? ผมเป็นคนเดียวล่ะมั้งที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเกมนี้ไม่ถูกเลื่อนออกไป?"

    ขณะที่ รูเบน เนเวส มิดฟิลด์โปรตุกีส ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็ตอบกลับ แบร์นาร์โด้ ไปว่า "แน่นอนเพื่อน ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ หรือว่าเราคิดไม่ดีพอ"


    ฟากฝั่งประธานสโมสร เบเลนนส์ ออกมายืนยันว่าทีมของตัวเองเป็นฝ่ายที่ไม่ได้เรียกร้องให้เกมนี้ถูกยกเลิกแต่อย่างใด "เรามีนักเตะที่ลงทะเบียนไว้ 38 คน และเราก็เชื่อมั่นในพวกเขา ฉะนั้นการตัดสินใจขึ้นอยู่กับหน่วยงานด้านสุขภาพ"

    "พวกเราจะรอ และพวกเราเคารพในการตัดสินใจนั้น"
16
เปิด 5 ประเด็นน่าสนใจจากเกม อาร์เซน่อล เปิดบ้านทุบ นิวคาสเซิ่ล ส่งผลให้ "ปืนใหญ่" ยึดอันดับ 5 ส่วน "สาลิกาดง" รั้งบ๊วยต่อไป
    มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล นำทัพ "ปืนใหญ่" กลับมาเก็บ 3 คะแนนในศึก พรีเมียร์ลีก หลังเปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก บูกาโย่ ซาก้า นาทีที่ 56 และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ น. 66

จากเกมนี้มี 5 ประเด็นน่าสนใจดังนี้

1. น่อลชอบตบบ๊วย

ปืนชอบกินบ๊วย!5ประเด็นเด็ดอาร์เซน่อลทุบนิวคาสเซิ่ล
ADVERTISEMENT


    อาร์เซน่อล ไม่เคยแพ้เกม พรีเมียร์ลีก เมื่อลงเล่นในบ้านแล้วเจอกับทีมอันดับสุดท้ายของตาราง และวันนี้ลูกทีมของ อาร์เตต้า ก็ทำได้อีกในการเจอกับ นิวคาสเซิ่ล

    "ปืนใหญ่" ชนะคู่แข่งที่เป็นอันดับสุดท้ายได้แล้วเป็นนัดที่ 15 และเสมออีก 6 นัด รวมทั้งชนะมาได้ 9 นัดติด มีสถิติยิงได้ถึง 25 ลูก และเสียไปแค่ 2 ประตูเท่านั้น

2. ครึ่งแรกปืนฝืด

ADVERTISEMENT


ปืนชอบกินบ๊วย!5ประเด็นเด็ดอาร์เซน่อลทุบนิวคาสเซิ่ล
ในครึ่งแรก อาร์เซน่อล มีโอกาสยิงถึง 12 ครั้ง แต่ไม่สามารถเจาะตาข่ายทีมเยือนทำให้จบด้วยการเสมอกัน 0-0 โดยฤดูกาลนี้มีแค่ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีโอกาสมากกว่าพวกเขา (15 ครั้ง พบ แอสตัน วิลล่า) แล้วทำประตูไม่ได้ในครึ่งแรก

อย่างไรก็ตาม หลังกลับมาเล่นในครึ่งหลัง เด็กๆ ของ อาร์เตต้า ลงมาเล่นด้วยความเชื่อมั่น และต่อ.กันได้สวยงามก่อนยิงนำ 1-0 จาก ซาก้า น. 56 และอีก 10 นาทีต่อมาก็เป็น มาร์ติเนลลี่ ที่ยิงนำ 2-0

อาร์เซน่อล เก็บเพิ่มเป็น 23 แต้ม รั้งอันดับ 5 ของตาราง มีคะแนนเท่ากับ เวสต์แฮม ทีมอันดับ 4 ที่ลงเล่นน้อยกว่า 1 นัด และมีโปรแกรมไปเยือน แมนฯ ซิตี้ วันอาทิตย์นี้

3. มาร์ติเนลลี่ รอประตูในลีกมานานเกือบ 2 ปี 

ปืนชอบกินบ๊วย!5ประเด็นเด็ดอาร์เซน่อลทุบนิวคาสเซิ่ล
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กองหน้าชาวบราซิเลียน ลงสนามเป็นตัวสำรองแล้วใช้เวลาแค่ 93 วินาทีเท่านั้นก็ทำประตูได้นาทีที่ 66 และเป็นการสัมผัส.หนที่สองของเขาเท่านั้น

มาร์ติเนลลี่ ไม่ได้ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก มาตั้งแต่ยิงได้ในเกมพบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนมกราคม ปี 2020 ก่อนจะมายิงได้ในนัดนี้หรือต้องรอเวลาเกือบ 2 ปีเลยทีเดียว

4. เทพโจโชว์ฟอร์มไม่ออก

ปืนชอบกินบ๊วย!5ประเด็นเด็ดอาร์เซน่อลทุบนิวคาสเซิ่ล
โจ วิลล็อค กองกลางดาวรุ่ง นิวคาสเซิ่ล ได้กลับมาเยือนถิ่นเก่า หลัง อาร์เซน่อล ยอมขายขาดให้ "สาลิกาดง" เมื่อเดือนสิงหาคม ด้วยค่าตัวราว 25 ล้านปอนด์

วิลล็อค วัย 22 ปี ย้ายไปเล่นให้ นิวคาสเซิ่ล แบบยืมตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยช่วงท้ายซีซั่นยิงได้ถึง 7 นัดติดต่อกันในเกม พรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตาม เกมนี้ วิลล็อค โชว์ฟอร์มไม่ออกในการเจอทีมเก่า หลังตอนแรกแฟน. "เดอะ กันเนอร์ส" กลัวกันถึงเรื่องกฎยิงประตูทีมเก่า

5. ฮาว มีการบ้านให้ต้องแก้ไขอีกเยอะ

ปืนชอบกินบ๊วย!5ประเด็นเด็ดอาร์เซน่อลทุบนิวคาสเซิ่ล
จากความพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้ นิวคาสเซิ่ล จมอยู่อันดับสุดท้ายของตารางต่อไป หลังเตะไปแล้ว 13 นัด เพิ่งเก็บได้แค่ 6 คะแนนเท่านั้น โดยที่เสมอ 6 เกม ยังคว้าชัยชนะไม่ได้เลย

เอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีม "สาลิกาดง" เพิ่งได้ลงทำหน้าที่คุมทีมข้างสนามนัดแรกในเกมนี้ หลังได้รับการแต่งตั้งตั้งแต่ต้นเดือนหลังการเข้ามาเทกโอเวอร์ของเศรษฐีซาอุดีอาระเบีย แต่โชคร้ายติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เสียก่อน

ฮาว มีการบ้านให้ต้องแก้ไขหลายจุด โดยเฉพาะแนวรับที่ในลีกโดนยิงไปถึง 29 ประตูแล้ว หรือคิดเฉลี่ยโดนคู่แข่งทะลวงตาข่ายถึงเกมละ 2.23 ลูกเลยทีเดียว
17
ตาราง.วันนี้! AIS PLAY ยิงสด.ไทย พรีเมียร์ลีกน่าดูทุกคู่ ห้ามพลาด แมนซิตี้ พบ เวสต์แฮม, เชลซี พบ แมนยู

วันนี้มีฟุต.ให้ตามเชียร์กันต่อเนื่อง ดูสด.ไทย ผ่าน AIS PLAY ทุกคู่ ททบ.5 HD1, GMM25 และ  PPTV HD ร่วมถ่ายทอดสดไทยลีก ขณะที่พรีเมียร์ลีก น่าดูทุกคู่ ห้ามพลาด แมนฯ ซิตี้ พบ เวสต์แฮม และ เชลซี พบ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่วนลาลีกา, กัลโช่ เซเรีย อา, บุนเดสลีกา และ ลีกเอิง มีคิวเตะเช่นเดิม เรามีโปรแกรมฟุต.วันนี้ พร้อมช่องถ่ายทอดสดฟุต.มาฝากแฟน.ที่ต้องการดู.สด
    โปรแกรมไทยลีก

    18:00 น. ชลบุรี เอฟซี พบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี >>> GMM25, AIS Play
    18:00 น. บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ พีที ประจวบ เอฟซี >>> ททบ.5 HD1, AIS Play
    18:30 น. สุพรรณบุรี เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด >>> PPTV HD, AIS Play
    19:00 น. เชียงราย ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด >>> AIS Play


    โปรแกรมไทยลีก 2

    16:00 น. สุโขทัย เอฟซี พบ เกษตรศาสตร์ >>> AIS Play
    18:00 น. ขอนแก่น เอฟซี พบ อยุธยา ยูไนเต็ด >>> AIS Play
    18:00 น. แพร่ ยูไนเต็ด พบ ลำปาง เอฟซี >>> AIS Play
    19:00 น. เชียงใหม่ เอฟซี พบ นครปฐม ยูไนเต็ด >>> AIS Play

    โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    21:00 น. เบิร์นลี่ย์ พบ สเปอร์ส >>> TPF HD 3 (603)
    21:00 น. เลสเตอร์ ซิตี้ พบ วัตฟอร์ด >>> TPF HD 4 (604)
    21:00 น. เบรนท์ฟอร์ด พบ เอฟเวอร์ตัน >>> TPF HD 5 (605)
    21:00 น. แมนฯ ซิตี้ พบ เวสต์แฮม >>> TPF HD 1 (600)
    23:30 น. เชลซี พบ แมนฯ ยูไนเต็ด >>> TPF HD 1 (600)

    โปรแกรมลาลีกา สเปน

    20:00 น. เรอัล เบติส พบ เลบันเต้ >>> beIN Sports1
    22:15 น. เอสปันญ่อล พบ เรอัล โซเซียดาด >>> beIN Sports1
    00:30 น. กาดิซ พบ แอตเลติโก มาดริด >>> beIN Sports1
    03:00 น. เรอัล มาดริด พบ เซบีย่า >>> beIN Sports1

    โปรแกรมกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี


    18:30 น. อูดิเนเซ่ พบ เจนัว >>> TPF HD 4 (604)
    21:00 น. เอซี มิลาน พบ ซาสซูโอโล่ >>> beIN Sports2
    21:00 น. สเปเซีย พบ โบโลญญ่า >>> ทรูสปอร์ต 7
    00:00 น. โรม่า พบ โตริโน่ >>> beIN Sports2
    02:45 น. นาโปลี พบ ลาซิโอ >>> beIN Sports2

    โปรแกรมลีก เอิง ฝรั่งเศส

    19:00 น. แซงต์ เอเตียน พบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง >>> beIN Sports2
    21:00 น. บอร์กโดซ์ พบ แบรสต์
    21:00 น. ลอริยองต์ พบ แรนส์
    21:00 น. โมนาโก พบ สตราส์บูร์ก >>> beIN Sports Xtra
    21:00 น. แร็งส์ พบ แกลร์กมงต์ ฟุต
    23:00 น. มงต์เปลลิเย่ร์ พบ โอลิมปิก ลียง >>> TPF HD 5 (605)
    02:45 น. โอลิมปิก มาร์กเซย พบ ทรัวส์ >>> TPF HD 5 (605)

    โปรแกรมบุนเดสลีกา เยอรมัน

    21:30 น. แฟร้งค์เฟิร์ต พบ อูนิโอน เบอร์ลิน >>> PPTV HD
    23:30 น. ไลป์ซิก พบ เลเวอร์คูเซ่น
18
คาด 11 ตัวจริง แมนฯ ยูไนเต็ด นัดออกไปเยือน เชลซี มองแล้ว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และ มาร์คัส แรชฟอร์ด มีโอกาสได้ออกสตาร์ตเกม
    ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมขัดตาทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะนำ "ปีศาจแดง" บุกไปเยือน เชลซี ในศึก พรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะเป็นเกมสุดท้ายที่ได้ทำหน้าที่ก่อนส่งไม้ต่อให้ ราล์ฟ รังนิค เข้ามารับบทกุนซือชั่วคราวไปจนจบฤดูกาลนี้ 

    คาร์ริค ยังต้องลุ้นว่า เฟร็ด กองกลางชาวบราซิเลียน ซึ่งมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า และ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ ที่มีอาการกระทบกระเทือนศีรษะ จะลงเจอ "สิงห์บลูส์" ได้หรือไม่ ส่วน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ติดโทษแบน ขณะที่ ราฟาแอล วาราน และ ปอล ป็อกบา บาดเจ็บอยู่ลงเล่นไม่ได้แน่นอน

    ด้าน แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นเมืองผู้ดี ได้คาดการณ์ 11 ตัวจริงที่ คาร์ริค จะส่งลงสนามในระบบ 4-2-3-1 ออกมามีหน้าตาดังนี้ 

ฟานเดอเบ็ค-แรชฟอร์ดสตาร์ต!ส่องไลน์อัพแมนยูบุกรังเชลซี
ADVERTISEMENT


    เริ่มจากตำแหน่งผู้รักษาประตูยังคงเป็น ดาบิด เด เคอา นายทวารทีมชาติสเปน เหมือนเดิม หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอดในฤดูกาลนี้ 

    ส่วนแผงแบ็กโฟร์ให้ แอรอน วาน-บิสซาก้า ยืนเป็นแบ็กขวา ขณะที่ อเล็กซ์ เตลลิส ลงประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้ายแทน ชอว์  โดยมี วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ เอริก ไบยี่ เป็นคู่เซนเตอร์แบ็ก หลัง วาราน เจ็บ ส่วน แม็กไกวร์ ติดโทษแบน

    ขณะที่มิดฟิลด์คู่กลาง หาก เฟร็ด ผ่านเช็กฟิตก็จะได้ลงมาเล่นร่วมกับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ โดยยืนอยู่หลัง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ที่น่าจะได้ทำหน้าที่ปั้นเกมแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ช่วงหลังฟอร์มตก แต่ถ้า เฟร็ด ไม่ฟิตก็อาจถอย ดีวีบี ลงมาเล่นต่ำแล้วให้ บรูโน่ ยืนสูง

    ส่วน 3 แนวรุกส่ง เจดอน ซานโช่ ที่เริ่มทำผลงานได้ดี ลงมาลากเลื้อยเป็นปีกขวา ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด รับบทฝั่งซ้ายแทน อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่เป็นตัวจริงเกมพบ บียาร์เรอัล โดยมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นกองหน้าตัวเป้า
19
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เก็บสามแต้มสำคัญเพิ่มในศึก พรีเมียร์ลีก หลังเปิดรัง แอนฟิลด์ พิชิต เซาธ์แฮมป์ตัน ไปแบบสบายๆ 4-0 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเกมที่ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เล่นเกมรุกได้ไหลลื่นมากๆ และมีโอกาสเพียบ ซึ่งถ้าจบคมๆ มีแววชนะขาดลอยกว่านี้ และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนในเกมนี้ ซึ่งผลงานดีแทบจะทั้งทีมเลยทีเดียว 
11 ผู้เล่นตัวจริง 

 - อลีสซง เบ็คเกอร์ : 7.5
  เป็นเกมที่ทีมชนะขาด แต่ก็ใช่ว่าไม่มีงาน เพราะมีเซฟสำคัญสองครั้งช่วงครึ่งแรก และอีกหนึ่งครั้งในครึ่งหลัง 

 - เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 7.5
  แม้มีจังหวะทุ่ม.ไม่ดี จนทีมมีเสียวที่จะเสียประตู แต่ภาพรวมถือเป็นอีกเกมที่เจ้าตัวเล่นได้ดีเลยทีเดียว โดยประตู 2-0 จุดเริ่มต้นก็มาจากการที่เจ้าตัวตัด.จากคู่แข่งได้ และหลังจากนั้นก็เป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้ ฟาน ไดค์ ยิงประตูสุดท้ายของเกม 

 - อิบราฮิม่า โกนาเต้ : 7
  มีบ้างที่ยังดูเล่นไม่ค่อยนิ่ง แต่ภาพรวมก็ยังโอเค รับมือกับลูกกลางอากาศได้ดี 

โรเบิร์ตสันเด่น,ฟอร์มดีหลายคน!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมเปิดบ้านขยี้เซาธ์แฮมป์ตัน
 

 - เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7.5
  คุมเกมรับได้ดี มีสมาธิอยู่กับเกมตลอดเวลา ไม่มีเสียท่าให้คู่แข่งที่ฉวยโอกาสเล่นเร็วในลูกเซตพีซ แถมขึ้นไปช่วยทำประตูในลูก 4-0 ด้วย   

 - แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 8 
  โดดเด่นมาก มีพลังงานในการเล่นสูง นอกจากแอสซิสต์ให้ โชต้า ทำประตู 1-0 แล้ว ยังช่วยเกมรุกได้อย่างไหลลื่นตลอดทั้งแมตช์ และมีลูกครอสที่อันตราย รวมๆ แล้วสร้างโอกาสได้ถึง 4 ครั้ง ซึ่งมากสุดเหนือทุกคนในสนาม 

 - ฟาบินโญ่ : 7
  ไม่โดดเด่น แต่ทำตามหน้าที่ของตัวเองได้ดี โดยเฉพาะการช่วยตัด.ในแดนกลาง 

 - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 7.5
  คุมจังหวะเกมแดนกลางได้ดี มีการผ่าน.สวยๆ หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะแทง.ให้ ซาลาห์ ก่อนที่ทีมได้ประตู 2-0 

 

โรเบิร์ตสันเด่น,ฟอร์มดีหลายคน!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมเปิดบ้านขยี้เซาธ์แฮมป์ตัน
 

 - ติอาโก้ อัลกันตาร่า : 7.5
  ฟอร์มดีต่อเนื่อง ทำให้เกมแดนกลางไหลลื่น และมีสกอร์อีกแล้ว กับลูกยิงแฉลบในประตู 3-0 ก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกกลางครึ่งหลัง 

 - โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 7
  แม้เป็นเกมที่ไร้สกอร์ จบไม่คม แต่ก็ยังเล่นได้อันตราย และทำได้เยี่ยมมากๆ กับจังหวะแอสซิสต์ให้ โชต้า ยิงประตู 2-0 แบบง่ายๆ

 - ซาดิโอ มาเน่ : 7
  คล้ายๆ กับ ซาลาห์ เพราะถึงแม้ไม่มีประตู (ช่วงครึ่งแรกมีโหม่งเข้าไป แต่ถูกจับล้ำหน้า) แต่ก็ทำผลงานได้ไม่เลว ป่วนแนวรับคู่แข่งได้ดี และประตูขึ้นนำ 1-0 ก็มาจากการผ่าน.ที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัว (ให้ โรเบิร์ตสัน) ก่อนจบสกอร์โดย โชต้า 

 - ดิโอโก้ โชต้า : 8
  ยืนตำแหน่งดีเยี่ยม หาจังหวะเข้าทำเก่ง เหมาทำสองประตูแรกของเกม ทำให้ ลิเวอร์พูล เล่นง่าย น่าเสียดายที่ทำแฮตทริกไม่สำเร็จ ทั้งที่มีโอกาสสวยๆ อีก 1-2 ครั้ง แต่ถึงกระนั้นถือว่าเจ้าตัวมีเกมที่น่าประทับใจ  

 

โรเบิร์ตสันเด่น,ฟอร์มดีหลายคน!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมเปิดบ้านขยี้เซาธ์แฮมป์ตัน
 

 สำรองที่ได้ลงเล่น 

 - อเล็กซ์ อ็อดซ์เลด-แชมเบอร์เลน (แทน ติอาโก้ น. 59) : 6.5
  ช่วยให้แดนกลางดูสดขึ้น และมีลุ้นจากลูกยิงแถวสอง 

 - เจมส์ มิลเนอร์ (แทน เฮนเดอร์สัน น. 67) : -
  ไม่สามารถให้คะแนนได้

 - ทาคุมิ มินามิโนะ (แทน โชต้า น. 81) : -
  ไม่สามารถให้คะแนนได้ 
20
เวย์น รูนี่ย์ อดีตดาวเตะระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงเตือน ราล์ฟ รังนิค ว่าจะเจองานหนักในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ก็เชื่อมั่นว่าจะรับมือกับเรื่องต่างๆ ในทีมได้

    รังนิค เตรียมเข้ามาเป็นผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ชั่วคราวด้วยสัญญาระยะสั้น 6 เดือน และจะเลื่อนขั้นไปนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาหลังจบฤดูกาลนี้ โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า

    ต่อเรื่องดังกล่าว รูนี่ย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นกุนซือ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ทีมในลีก แชมเปี้ยนชิพ เผยว่าโค้ชชาวเยอรมัน จะเจองานหนักในแคมป์ "ปีศาจแดง" แต่เชื่อว่า รังนิค จะรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ได้


    "แน่นอนอยู่แล้วว่าในวงการนี้ เขาเป็นคนที่ได้รับความเคารพเอามาก ๆ และผมคิดว่าเขาจะมีงานหนักรออยู่" รูนี่ย์ เผย

    "ถึงกระนั้น ผมไม่ได้หมายถึงในแง่เรื่องความสามารถของเขานะ แต่ผมหมายถึงในแง่ของการเข้ามาทำทีม 6 เดือน และต้องวางระบบการเล่นในแนวทางเพรสซิ่งตามงานที่เขาจะทำ"

    "แต่เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์สูงอยู่แล้ว ผมมั่นใจว่าเขาจะปรับตัวให้เข้ากับผู้เล่นที่เขามีได้ และจะนำความมั่นคงกลับคืนสู่ทีม และยังรวมถึงมุมมองในการล่าแชมป์ต่าง ๆ "


    "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมนี้ มีความสามารถมากมายที่จะคว้าแชมป์ได้ และผมคิดว่าพวกเขาทำการแต่งตั้งคนที่เหมาะสม เพื่อพาตัวเองไปยังโอกาสที่ดีที่สุดได้"
Pages: 1 [2] 3 4 ... 10